อัพเดต...เรื่องลดน้ำหนัก |
ผู้หญิงอ้วนเพราะขาดพฤกษเคมี!!! |

เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้นกได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง Anti-Aging Medicine และ Regenerative Biomedical Technologies ซึ่งการสัมมนาประจำปีระดับนานาชาติครั้งที่ 17 นี้ เกิดขึ้นที่เมืองออร์แลนโด มลรัฐฟลอริด้า นกได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับเรื่องศาสตร์การชะลอวัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ในการป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่ในอดีตไม่มีหนทางรักษา แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เรามีความหวังและความสำเร็จให้เห็นกันแล้ว นกยังได้อัพเดตความรู้มากมายเกี่ยวกับเรื่องของการลดน้ำหนัก วิธีการทำให้สำเร็จ รวมไปถึงตัวช่วยต่างๆ ซึ่งนกคงต้องขอทยอยค่อยๆ เล่าให้คุณผู้อ่านที่รักยิ่งได้ทราบถึงข้อมูลล่าสุดที่จะส่งผลกับการดำเนินชีวิตและการมีสุขภาพที่ดีของเรานะคะ
มาคุยกันถึงอัพเดตเรื่องการลดน้ำหนักจากสถาบันจอห์น ฮอปกินกันดีกว่าค่ะ ด้วยหัวเรื่องว่า ผู้หญิงอ้วนเพราะขาดพฤกษเคมี!!! เชื่อมั๊ยคะว่าเมื่อผู้หญิงเราได้รับสารอาหารจากพฤกษเคมีอย่างครบถ้วนจะสามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ถึง 8 กิโลกรัมในหนึ่งสัปดาห์ (ได้รับการรับรองจากการค้นคว้าของมหาวิทยาลัยฮอปกิน อันนี้นกขอหมายเหตุไว้นิดนึงว่าความสามารถในการลดน้ำหนักเป็นไปตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล คนที่น้ำหนักเกินพิกัดมากๆ อาจลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่น้ำหนักเกินพิกัดนิดเดียวในเวลาเท่าๆ กัน) |
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญกับพฤกษเคมีหรือสารอาหารจากสีสันสดใสของผักผลไม้ที่มีฤทิ์ช่วยป้องกันมะเร็ง โรคหัวใจและโรคอื่นๆ อีกมากมาย และอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเค้าค้นพบก็คือ พฤกษเคมีเหล่านี้มีบทบาทสำคำต่อการลดน้ำหนักค่ะ
การศึกษาของ UCLA Center for Human Nutrition พบว่าผู้หญิงถึง 89% ได้รับพฤกษเคมีจากผักผลไม้ที่กินอยู่ไม่เพียงพอ อาจจะเป็นจากวัฒนธรรมการกินด่วนและกินไม่ครบหมวดหมู่ แต่สำหรับคนที่กินผักผลไม้อยู่เป็นประจำนั้นเค้าก็ได้ทำการศึกษาว่าพฤกษเคมีชนิดไหนออกฤทธิ์ช่วยเผาผลาญไขมันอย่างไร เพื่อที่ผู้หญิงเราจะได้เลือกชนิดของผักผลไม้เพื่อช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างเหมาะสม
การค้นพบล่าสุด: The Journal Nutrition ค้นพบว่าผู้หญิงที่กินผักและผลไม้ดิบๆ ลดน้ำหนักได้มากกว่าผู้หญิงที่กินคาร์โบไฮเดรตชนิดดีที่ไม่ผ่านการขัดสีถึง 6 กิโลกรัม ในระยะเวลาการกินนาน 8 สัปดาห์ ข้อมูลนี้ก็สอดคล้องกับการกินแบบไร้ทแอนด์โลว์คาร์บที่นกได้แนะนำไว้ในหนังสือ Diet Secret นะคะ ว่าการลดน้ำหนักโดยที่จำกัดการกินน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตให้ผลดีและลดน้ำหนักช่วงแรกได้เร็วที่สุด หลังจากน้ำหนักลดแล้ว (ระยะเวลางดแป้งที่นกแนะนำก็ประมาณ 2-4 สัปดาห์ อย่าเกินนี้นะคะ เดี๋ยวจะขาดสารอาหาร) จึงค่อยกลับไปกินคาร์โบไฮเดรตที่ดีกับร่างกาย
และมีการศึกษาแบบแบ่งผู้หญิงออกเป็นสองกลุ่ม โดยให้สองกลุ่มนี้กินอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่เท่ากัน โดยที่มีความแตกต่างกันก็คือผู้หญิงกลุ่มแรกได้กินอาหารที่มีพฤกษเคมีล้วนๆ ในขณะที่กลุ่มสองแค่ควบคุมปริมาณอาหารที่กินอยู่เป็นประจำ ปรากฏว่ากลุ่มที่กินพฤกษเคมีล้วนๆ ลดไขมันได้มากกว่าอีกกลุ่มถึง 22%
มีการค้นคว้าที่ยืนยันเพิ่มอีกว่าการกินผักและผลไม้ช่วยให้ไม่อยากกินจุบกินจิบขณะที่ไดเอ็ทซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมน้ำหนักในระยะยาว พฤกษเคมีหรือสารอาหารจากสีสันสดใสของผักผลไม้ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร นกมีคำตอบให้ค่ะ |
พฤกษเคมีช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร?
พฤกษเคมีช่วยต้านการอักเสบ
เราต้องทำความเข้าใจว่าการอักเสบในเซลล์ส่งผลให้ไขมันสะสมมากขึ้น เพราะมันทำให้คอร์ติโซนซึ่งเป็นฮอร์โมนกักไขมันในเลือดสูงขึ้น และยังส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สมดุลซึ่งส่งผลโดยตรงกับการเผาผลาญไขมัน แต่การค้นพบใหม่ๆแสดงให้เห็นว่าพฤกษเคมีบางชนิดเมื่อจับคู่กับไขมันชนิดดี ลดการอักเสบในเซลล์ได้ถึง 86% |
 |
พฤกษเคมีช่วยดีท๊อกซ์
มีการค้นพบว่าพฤกษเคมีช่วยเพิ่มเอ็นไซม์ที่ใช้ในการกำจัดของเสียจากตับมากถึง 244% ซึ่งช่วยให้ตับนั้นมีความสามารถในการย่อยไขมันและกำจัดสารพิษที่ละลายอยู่ในไขมัน นั่นช่วยเพิ่มความสามารถในการเผาผลาญไขมันของร่างกายถึง 72% |
 |
พฤกษเคมีช่วยกระตุ้นต่อมเผาผลาญ
พฤกษเคมีหล่อเลี้ยงเซลล์ของต่อมไทรอยด์และต่อมหมวกไต และช่วยเพิ่มความสามารถในการเผาผลาญของต่อมทั้งสองนี้อีก 12% ซึ่งมากพอที่จะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ถึง 10 กิโลกรัมต่อปีเชียวนะคะ |
 |
พฤกษเคมีช่วยระงับการทำงานของยีนส์ไขมัน
จากการทดลองกับสัตว์พบว่าพฤกษเคมีช่วยเพิ่ม Peroxisome Proliferator-Activate receptors ซึ่งระงับการทำงานของยีนส์ที่สะสมไขมัน และปลุกยีนส์ที่กระตุ้นการเผาผลาญไขมันให้ทำงาน (หมายเหตุ Peroxisome Proliferator-Activated Receptors อ่านว่า เพอร็อกซิโซม โพรลิฟเฟอเรเตอร์ แอ๊คติเวทเต็ท รีเซพเตอร์
แปลโดยรวมว่า เป็นผู้รับการกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มจำนวนเซลล์ ให้กับ Peroxisome ค่ะ) |
|
พฤกษเคมีช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน
พฤกษเคมีหลายชนิดในอาหารมีไขมันชนิดดีควบคู่อยู่ด้วย เช่นแฟล็กซ์ซีด (เมล็ดลินินหรือเมล็ดป่าน) และน้ำมันมะกอกซึ่งกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมน Cholecystokinin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีหน้าที่บอกร่างกายว่าเราอิ่มแล้ว
มาดูกันดีกว่าค่ะว่าพฤกษเคมีสารอาหารในพืชตามธรรมชาตินี้ช่วยให้เราลดน้ำหนักได้อย่างไร |
 |
Phenols
ฟีนอลส์ มีอยู่ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ลูกหม่อน เชอร์รี่ แอปริคอท แอ๊ปเปิ้ล และกีวี ช่วยฟื้นฟูสภาพต่อมไทรอยด์และต่อมหมวกไตให้เผาผลาญได้เต็มประสิทธิภาพ และยังช่วยลดการเจริญเติบโตของยีสต์ในร่างกาย ฟีนอลส์เป็นตัวบรรเทาอาการปวดตามธรรมชาติ และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและมะเร็ง
|
 |
Lignans
ลิกแนนส์ มีอยู่ในแฟล็กซีด (เมล็ดลินินหรือเมล็ดป่าน) เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา และน้ำมันงา มะม่วงหิมพานต์ ลิกแนนส์มีบทบาทสำคัญในการลดการทำงานที่มากเกินไปของฮอร์โมนเอสโตร เจน ซึ่งงานที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนชอบทำเกินก็คือการสะสมไขมันที่หน้าท้องและสะโพก ลิกแนนส์ช่วยลดการสะสมไขมันนี้ได้ นอกจากนี้ลิกแนนส์ยังช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือนได้ด้วยเช่นอาการหงุดหงิด ปวดหัว ปวดท้อง ลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ |
 |
Limonoids
ไลมอนอยด์ มีอยู่ในผลไม้ตระกูลส้มรสเปรี้ยว (มีอยู่ในเปลือกเยอะมาก นกว่าส้มจี๊ดที่กินทั้งเปลือกน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี) เพิ่มการหลั่งน้ำย่อยที่ละลายไขมัน 127% กระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง ช่วยลดการมีเซลลูไลท์ นอกจากนี้ยังเสริมภูมิต้านทานต่อต้านเชื้อโรค ช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรง และลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดในสมองแตก
|
 |
Sulforaphane
ซัลโฟราเฟน มีอยู่ในพืชตระกูลครูซิเฟอร์รัส (ตระกูลกะหล่ำ) และพืชใบเขียวจัด ช่วยให้ตับ
เผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น ลดการอักเสบ ลดฮอร์โมนคอร์ติโซนซึ่งเก็บกักไขมัน นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี มีความต้องการทางเพศดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็ง |
 |
Anthocyanins
แอนโธไซยานิน มีอยู่ในเชอร์รี่ อโวคาโด มะเขือม่วง มะม่วง องุ่นดำ และข้าวเหนียวดำ ช่วยระงับการทำงานของยีนส์ที่สะสมไขมันและกระตุ้นการทำงานของยีนส์ที่เผาผลาญไขมัน รักษาระดับน้ำตาลในเลือด และลดความอยากกินจุบกินจิบ นอกจากนี้แอนโธไซยานินยังมีฤทธิ์บรรเทาอาการปวดตามธรรมชาติ ช่วยเรื่องความจำ สมาธิ และสุขภาพของสมองโดยรวม
|
 |
Carotenoids
แคโรทีนอยด์ มีอยู่ในแตงโม แครอท มะเขือเทศ แคนตาลูป และพืชตระกูลน้ำเต้า ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุล กระตุ้นให้ร่างกายดึงไขมันที่สะสมอยู่ตามที่ต่างๆ ออกมาใช้ จะได้ไม่ต้องมีสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายให้อ้วน นอกจากนี้แคโรทีนอยด์ยังช่วยในเรื่องของสายตา ช่วยป้องกันดวงตาจากแสงแดด ช่วยให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานดีขึ้นและลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งปากมดลูก |
 |
Resveratrol
เรสเวอราทรอล มีอยู่ในองุ่นดำ ไวน์แดง และถั่วลิสง ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งส่งผลโดยตรงให้ลดการสะสมไขมันที่พุงกะทิของเรา เรสเวอราทรอลยังเพิ่มการหลั่งเคมีส่งสัญญาณว่าร่างกายอิ่มแล้วด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังช่วยลด LDL หรือคอเลสเตอรอลชนิดเลว ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและเส้นเลือดแตกในสมอง
|
  |
Allicin
อะลิซิน มีอยู่ในกระเทียม หอมหัวใหญ่ ต้นหอม และต้นกระเทียม ยับยั้งการทำงานของ
ซีโนเอสโตรเจนและสารพิษอื่นๆ ที่ทำให้ร่างกายเก็บกักไขมัน อะลิซินยังช่วยให้ตับเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น นอกจากนี้อะลิซินยังช่วยให้ร่างกายต่อสู้เชื้อโรคได้อย่างเข้มแข็งขึ้น อะลิซินช่วยลด LDL หรือคอเลสเตอรอลชนิดเลว และช่วยลดความดันโลหิต
ในตอนนี้ขอให้กินผักและผลไม้สดสีสันสดใสให้เยอะๆ นะคะ ในตอนหน้านกมีเมนูเด็ดๆ และทิปส์ในการลดน้ำหนักมาฝากอีกค่ะ
(ข้อมูลจาก Luigi Gratton, M.D., Shari Lieberman, Ph.D.,
Wendy Bazilian, Dr.P.H.) |
 |