<<HOME                                                                          BacK >>  
เมนูออกอากาศ
27-8-2011


ปอเปี๊ยะสามรส  (เมนูล้างพิษ)

ส่วนผสม
ไข่เค็ม                                         2          ฟอง
กุนเชียง                                      1          แท่ง
ยอดรางจืด  (หั่นฝอย)                 5          ใบ
ใบหญ้านาง (หั่นฝอย)                 5          ใบ
กุ้ง                                              100     กรัม
ไข่ไก่                                          1         ฟอง
เห็ดหอม                                    3          ดอก
น้ำตาล                                      1          ชช
เกลือ                                         1 1/2    ชช
น้ำมันพืช                                   1          ลิตร
แผ่นปอเปี๊ยะ                             2          แผ่น
รากผักชี                                    2          ต้น
เม็ดมะม่วง                                 5          เม็ด
พริกไทยดำป่น                          3          กรัม

ขั้นตอนในการทำ
1.    สับกุ้ง / รากผักชีให้ละเอียด
2.    หั่นกุนเชียง / ไข่เค็ม / เห็ดหอมตามแนวยาว
3.    ซอยยอดรางจืด และใบหญ้านาง ให้ฝอยละเอียด
4.    นำกุ้ง รากผักชี เกลือ พริกไทย และน้ำตาลนวดให้เข้ากัน
        ตั้งพักไว้
5.    นำแผ่นปอเปี๊ยะ มาห่อ โดยวางกุ้งให้เต็มแผ่นปอเปี๊ยะ
6.    นำกุนเชียง เห็ดหอม ยอดรางจืดหั่นฝอย
ใบหญ้านางหั่นฝอย ไข่เค็ม วางตามยาว
7.    บุบเม็ดมะม่วง โรยลงด้านบน และห่อให้เรียบร้อย
8.    นำไปนึ่ง ประมาณ 10 นาที พักไว้
9.    ขั้นตอนนี้หากท่านที่รักสุขภาพ ไม่ต้องการทอดก็สามารถรับประทานกับน้ำจิ้มสามรสได้เลย
แต่หากชอบรับประทานของทอดก็นำลงทอดในน้ำมัน
ไฟปานกลางให้มีสีเหลืองทอง

สูตรน้ำจิ้ม ใช้ทานกับปอเปี๊ยะ 3 รส
ส่วนผสม
1.น้ำมะขามเปียก                        2          ช้อนโต๊ะ
2. น้ำตาลทรายแดง                    6          ช้อนโต๊ะ
3. เกลือป่น                                1/2       ช้อนชา
4. สัปปะรดสับละเอียด               1          ถ้วยตวง
5. บ๊วยดอง                                2          ลูก
6. แบะแซ                                  2          ช้อนโต๊ะ
7. ถั่วลิสงป่น                              1          ช้อนชา
8. น้ำ                                        1 1/2    ถ้วยตวง
ขั้นตอนการปรุงส่วนผสม
นำน้ำมะขามเปียก / น้ำตาลทรายแดง / เกลือ /
สัปปะรด / บ๊วยดอง / แบะแซ และน้ำมาต้มรวมกัน
ประมาณ 10 นาที ดูให้ข้นขึ้น เสร็จแล้วตักใส่ถ้วยพักไว้
โรยด้วยถั่วลิสง
คุณค่าทางโภชนาการ
รางจืด สมุนไพรมากสรรพคุณ นอกจากใช้ล้างพิษได้ดีแล้ว
ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านไวรัส ต้านแบคทีเรีย ลดระดับน้ำตาลและยังใช้ป้องกันพิษจากการได้รับเคมีบำบัด
ที่ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งได้ด้วย
เห็ดหอม บำรุงสมอง เพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
ช่วยลดคอเลสเตอรอล บำรุงระบบประสาท ช่วยให้หลับง่าย
ช่วยในระบบย่อยอาหาร ชะลอความชรา ป้องกันหลอดเลือดแดง
แข็งตัว ต้านมะเร็ง รักษาหอบหืด ลดความเครียด ต้านไวรัส
บำรุงปอด บำรุงหลอดลม ฯลฯ









ู ซุปรวมพล   (เมนูเพิ่มพลังชีวิต)
ส่วนผสม
1. น้ำต้มสุก                                 1          ลิตร
2. ซี่โครงไก่                                2          ชิ้น
3. พริกไทยเม็ด                           20        เม็ด
4. รากผักชี                                 3          ราก
5. กระเทียมกลีบเล็ก                  15        กลีบ
6. ซีอิ๊วขาว                                 1          ช้อนโต๊ะ
7. น้ำตาลกรวด                          1          ช้อนชา
8. เกลือ                                     1/2        ช้อนชา
ใช้เวลาต้มประมาณ 1 ชั่วโมง
ส่วนผสมในการทำซุปรวมพล
1. เนื้อหมูหั่นลูกเต๋า                   150      กรัม
2. ลูกเดือย                                 200      กรัม
3. เห็ดหอมหั่นลูกเต๋า                 6          ดอก
4. แครอทหั่นลูกเต๋า                   20        กรัม
5. ห่วยซัว                                   3          ชิ้น
6. เม็ดเก๋ากี้                                6          เม็ด
ขั้นตอนการทำ
ล้างลูกเดือยให้สะอาด แช่น้ำข้างไว้ 1 คืน ให้นิ่ม จากนั้นนำมาต้มให้เปื่อย โดยใช้ไฟปานกลาง
นำน้ำซุปที่ได้ ใส่ภาชนะเป็นถ้วยซุป นำไปนึ่งในซึ้ง
นำเนื้อหมู / ลูกเดือย / เห็ดหอม / แครอท ไปลวกให้สุก ใส่ส่วนผสมที่ลวกเสร็จแล้ว ลงในถ้วยซุป
ใส่ห่วยซัว และเม็ดเกากี้ ลงไปนึ่งต่ออีก 45 นาที – 1 ชั่วโมง ยกขึ้นเสิร์ฟขณะร้อนๆ เป็นซุปเพิ่มพลังชีวิต
คุณค่าทางโภชนาการ
ลูกเดือย มีโปรตีนคุณภาพสูงเทียบเท่าโปรตีนที่ได้จากข้าวโอ๊ต ในลูกเดือยยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี1 เป็นต้น ดังนั้นลูกเดือยเป็นอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายสูง จึงช่วยบำรุงกำลังได้เป็นอย่างดี
ห่วยซัว ชาวจีนนิยมนำรากมาอบแห้งและทำเป็นยา มีสรรพคุณช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร ตับ และม้าม รวมทั้งช่วยเสริมสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ ป้องกันหวัดและแก้ร้อนใน
เม็ดเก๋ากี้ มีวิตามินซีสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอความชรา ถ้าทานเป็นประจำ ช่วยความจำดี ช่วยบำรุงสายตา และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย


















เมนูวุ้นใบหญ้านาง  (เมนูล้างพิษ)
ส่วนผสม
1. ใบหญ้านาง                           30        กรัม
2. น้ำสุก                                     1          ลิตร
3. น้ำตาลทรายแดง                   200      กรัม
4. ผงวุ้น                                     10        กรัม
5. แปะก๊วย                                100      กรัม
ขั้นตอนการทำ
คั้นใบหญ้านางกับน้ำต้มสุก จากนั้น พักไว้ให้ตกตะกอน กรองด้วยผ้าขาวบาง ล้างเม็ดบัว หรือ แปะก๊วย นำไปต้มให้สุก
นำน้ำหญ้านางขึ้นตั้งไฟ เมื่อเดือด ให้ใส่แปะก๊วย / น้ำตาลทรายแดง / ผงวุ้น คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติให้ออกหวานเล็กน้อยพอ เพราะถ้าหวานไปจะไม่ดีกับสุขภาพค่ะ จากนั้นตั้งพักไว้ให้หายร้อน เทลงแม่พิมพ์ นำเข้าตู้เย็น ให้เซ็ทตัว
เสริฟแก้กระหาย คลายร้อน เป็นของว่างยามบ่ายเพื่อสุขภาพที่สนใจอีกหนึ่งเมนู
เพื่อให้ได้วุ้นที่รสชาติดียิ่งขึ้น ให้นำเม็ดแปะก๊วยแยกต้มกับน้ำตาลก่อน เพื่อเพิ่มรสชาติ

คุณสมบัติใบหญ้านาง ส่วนใหญ่คนไทยมักนิยมทานน้ำ เพราะมีคุณสมบัติในการล้างพิษ โดยเฉพาะพิษที่ทำให้เกิดมะเร็ง ส่วนใหญ่เชฟจะนำมาเป็นส่วนผสมของการทำวุ้น หรือไม่ก็เป็นส่วนผสมของแกงเลียง

คุณค่าทางโภชนาการ
ใบหญ้านาง มีเส้นใยมาก อุดมด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ จากการวิเคราะห์ของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ใบหญ้านาง ที่คั้นน้ำแล้วจะมีเบต้าแคโรทีน 39.24 ไมโครกรัม เทียบหน่วยเรตินัล น้ำคั้นจากใบใช้ประกอบอาหารได้หลายชนิด โดยเฉพาะแกงเห็ด แกงขี้เหล็ก หรือแกงประเภทต่างๆ คนอีสานมีวัฒนธรรมการกินหน่อไม้คู่กับหญ้านางเสมอ เพราะจะช่วยล้างสารพิษที่อยู่ในหน่อไม้ ส่วนชาวปักษ์ใต้นั้นนิยมใช้ยอดอ่อนใส่ในแกงเลียง

แปะก๊วย มีส่วนช่วยให้ความจำดีขึ้น ช่วยต้านอนุมูลอิสระมีฤทธิ์ยับยั้งการเกาะตัวของเกร็ดเลือด จึงช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกายให้ดีขึ้น แปะก๊วยมีบทบาทมากในผู้สูงอายุทั่วไป ที่มีปัญหาทางสมอง ช่วยลดอาการหลงลืมหรือโรคอัลไซม์เมอร์ได้ดี ทั้งยังช่วยสำหรับสาวที่มีปัญหาการปวดประจำเดือน และภาวะหมดประจำเดือนได้อีกด้วย